• โตโยต้า นครพิงค์ เชียงใหม่ | Toyota Nakornping Chiangmai

ไม่มีสินค้าในตะกร้า

Read More
Print

หน้าที่ ยางแต่ละส่วนมีหน้าที่อะไร ทำไมต้องเปลี่ยนยางเพื่อความปลอดภัย

ยางรถยนต์ มีหน้าที่รองรับน้ำหนักรถยนต์และใช้ในการขับเคลื่อนให้รถยนต์ไปได้อย่างนิ่มนวลและปลอดภัย และช่วยเพิ่มสมรรถนะในการวิ่งของรถยนต์ วันนี้โตโยต้านครพิงค์เชียงใหม่ เอาหน้าที่ของยางรถยนต์แต่ละส่วนมาใากให้เพื่อนๆ ได้ดูกัน

หน้าที่ ยางแต่ละส่วนมีหน้าที่อะไร ทำไมต้องเปลี่ยนยางเพื่อความลปอดภัย

 หน้ายาง

     เป็นส่วนประกอบที่อยู่ด้านนอกสุดของยางรถยนต์ ช่วยป้องกันของมีคม ที่จะทำอันตรายต่อโครงยาง และในหน้ายางนั่นก็จะมีอีกสองชิ้นส่วนก็คือ ดอกยางและร่องยาง เพื่อทำหน้าที่ในการยึดเกาะถนน และรีดน้ำขณะขับรถเมื่อถนนเปียก และในปัจจุบันดอกยางนั้นมีหลายประเภทและคุณสมบัติที่แตกต่างกัน

แก้มยาง

     อยู่ด้านข้างสุดของยาง เป็นส่วนที่ยืดหยุ่นมากที่สุด และในขณะเดียวกันก็ยังมีความบอบบางมากที่สุดของยางในขณะใช้งาน มีหน้าที่ช่วยป้องกันอันตรายที่มีแต่โครงยาง ช่วยพยุงน้ำหนักและช่วยซัพแรงกระแทกของรถ

ไหล่ยาง

     เป็นส่วนที่เชื่อมต่อระหว่างหน้ายางกับแก้มยาง โดยไหล่ยางจะถูกออกแบบเป็นร่องให้เหมาะสม เพื่อช่วยระบายความร้อนภายในยางให้ออกมา เพื่อไม่ให้เกิดความร้อนที่สะสม

ชั้นในของยาง

     เป็นส่วนชั้นในของยาง อยู่ภายในท้องยางมีทำหน้าที่ช่วยกักเก็บลมยางไม่ให้มีการซึมออกได้ ปกติจะทำจากยางสังเคราะห์ เนื่องจากกันการรั่วซึมได้ดีกว่า

ขอบยาง

    ประกอบด้วยกลุ่มของเส้นลวดเหล็กกล้าช่วยยึดส่วนปลายทั้ง 2 ข้างของโครงยางเอาไว้ เพื่อให้บริเวณขอบยางมีความแข็งแรง สามารถยึดแน่นสนิทกับกระทะล้อได้ดีเมื่อนำไปใช้งาน สำหรับยางรถยนต์ที่ไม่ใช้ยางใน อบยางเป็นส่วนที่สำคัญอย่างยิ่ง ที่จะต้องทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้ลมยางรั่วซึมออกมา

ยางรถยนต์นั้นถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้รถยนต์เคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้อย่างปลอดภัย และข้อสำคัญอย่าลืมที่จะดูแลยางรถยนต์ให้ถูกวิธีและหมั่นตรวจเช็คระยะของยางรถยนต์อย่างเสมอ

Read More
Print

ไขข้อสงสัย? ยางรถยนต์มีอายุการใช้งานเท่าไหร่ แล้วควรเปลี่ยนตอนไหน

สวัสดีเจ้า~ กลับมาเจอกับ โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ และวันนี้เราเอาสาระเรื่องรถมาฝากอีกแล้ว ซึ่งผู้ใช้รถทุกคนควรหมั่นตรวจเช็คสภาพยางรถยนต์ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งานอยู่เสมอ เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและเพื่อนร่วมทางเกี่ยวกับอายุการใช้งานของยางรถยนต์ว่าใช้งานได้กี่ปี และวันนี้ โตโยต้านครพิงค์ มีโปรโมชั่นเปลี่ยนยางรถยนต์ปังๆ มาฝากด้วย

ไขข้อสงสัย? ยางรถยนต์มีอายุการใช้งานเท่าไหร่ แล้วควรเปลี่ยนตอนไหน

โดยปกติแล้วยางรถยนต์ของบริษัทผู้ผลิตแต่ละเจ้าจะมีอายุรับประกันการใช้งานอยู่ระหว่าง 4-6 ปี ซึ่งถ้าเกินไปจากนี้ยางหมดอายุ เราก็จำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่ ซึ่งทางโชว์รูปจะแจ้งให้เปลี่ยนยางรถตั้งแต่ซื้อรถมาขับแล้วว่าควรเปลี่ยนยางทุก 3-5 ปี หรือราว 50,000 กิโลเมตร ซึ่งระหว่างนั้นก็จะมีการสลับยางจากล้อหน้ามาล้อหลังประมาณทุก 10,000-15,000 กิโลเมตรทั้งนี้เพื่อให้ยางแต่ละเส้นถูกใช้งานหนักเท่า กัน

เพิ่มความชัวร์กว่าด้วยการประเมินสภาพยาง

สำหรับวิธีที่ชัวร์กว่าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์แนะนำกันมาก คือการเปลี่ยนยางตามสภาพยางที่เปลี่ยนไป ด้วยการดูพื้นผิวของยาง ดังนี้ 

  1. บริเวณหน้ายางอย่างดอกยางและร่องยาง เพราะทั้งสองอย่างจะช่วยให้การยึดเกาะถนนดีขึ้น รวมทั้งช่วยรีดน้ำออกเพื่อเพิ่มแรงเสียดทานขณะพื้นเปียกด้วย เมื่อไหร่ที่เห็นหรือวัดด้วยเครื่องมือแล้วพบว่าร่องยางตื้นขึ้น ดอกยางเริ่มไม่ชัดเจนเหมือนเดิม (ยางโล้น) หรือผ่านการซ่อมมาหลายครั้ง นั่นคือสัญญาณที่ต้องเปลี่ยนยางแล้ว 
  2. แก้มยาง ซึ่งมักจะเป็นจุดที่ใครหลายคนละเลย เพราะสนใจพื้นที่ด้านหน้ามากกว่า หากแก้มยางชำรุด รั่ว ซึม ก็จะทำให้ประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนของยางทั้งเส้นลดลงได้เช่นกัน  

เมื่อประเมินตามนี้แล้วจะเห็นได้ว่ารถบางคันอาจไม่จำเป็นต้องรอให้ถึง 3 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตรก่อนแล้วค่อยเปลี่ยนยางเลย

แต่อย่างไรก็ตามข้อกำหนดดังกล่าวนี้ไม่ถูกต้องเสมอไปทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการใช้รถของแต่ละคนประกอบด้วย บางคนไม่ค่อยได้ใช้รถก็อาจเปลี่ยนยางได้ตามกำหนดเวลาที่ระบุไว้ แต่หากบางคนใช้รถหนักมาก เส้นทางที่ขับไปถนนส่วนใหญ่สภาพไม่ดีขรุขระ เหยียบหินก้อนเล็กก้อนน้อยตลอดเวลาถ้าแบบนี้ยางก็จะเสื่อมสภาพก่อนเวลาที่กำหนดไว้เช่นกันอาจต้องเปลี่ยนยางทุก 2-3 ปี หรือเร็วกว่านั้นก็เป็นได้

ยางรถยนต์ควรเปลี่ยนตอนไหน

เทคนิคยืดอายุยางถ้าไม่อยากเปลี่ยนบ่อย 

การเปลี่ยนยางแต่ละครั้งแม้จะใช้เวลาไม่นาน แต่ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากมายอยู่ดี หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่อยากเปลี่ยนยางบ่อย สามารถยืดอายุการใช้งานของยางได้ด้วยเทคนิคเหล่านี้ 

  1. สังเกตสภาพยางด้วยตาเปล่าว่ามีรอยรั่วหรือรอยฉีกขาดหรือไม่ หากมีให้รีบซ่อมแซม อย่าปล่อยไว้นาน
  2. เช็คลมยางอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ดูให้ลมยางไม่มากหรือน้อยเกินไป เพื่อให้ยางมีความยืดหยุ่นพอดีขณะขับขี่
  3. สลับยางทุกๆ 10,000 กิโลเมตร หรือทุกครั้งที่เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เพื่อให้ทุกล้อมีความสึกหรอใกล้เคียงกัน 
  4. ตั้งศูนย์ถ่วงล้อให้คงความสมดุลอยู่เสมอ 
  5. ปรับเปลี่ยนนิสัยการขับรถ เช่น ไม่ขับรถด้วยความเร็วเป็นเวลานานเกินไป ไม่หักเลี้ยว ออกตัว หรือเบรกกะทันหัน ไม่บรรทุกของหนักเกิน เป็นต้น   

เป็นอย่างไรกันบ้างกับสาระน่ารู้เรื่องยางรถยนต์ที่วันนี้โตโยต้านครพิงค์ เชียงใหม่ เอามาฝากทุกคน หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ เพราะยางรถเปรียบเสมือนกับขาของรถยนต์ที่พาเราไปยังสถานที่ต่างๆ ดังนั้นเราต้องหมั่นตรวจเช็คและดูแลยางรถยนต์ของเรา เพื่อความปรลอดภัยและเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ 

btn_line
btn_facebook